คำแนะนำสำหรับนักเรียน

  

บทบาทของนักเรียนในการเรียนรู้ ชุดการเรียนรู้โครงงานภาษาไทย ชุดที่ ๖ การนำเสนอผลงานและการจัดแสดงโครงงาน

 ๑.  ปฏิบัติตามคำแนะนำของครูและกลุ่ม

๒.  พยายามทำกิจกรรมเสริมการเรียนรู้และร่วมกันอภิปราย

๓.  ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ อย่างจริงจังด้วยความสนใจและเอาใจใส่

๔.  ส่งผลงานให้ครบถ้วนและตรงเวลา

วิธีการใช้สื่อการเรียนรู้ชุดการเรียนรู้ที่ ชุดที่ ๖ การนำเสนอผลงานและการจัดแสดงโครงงาน

           ๑. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน  ๑๐ ข้อ  เวลา  ๑๐  นาที

              ๒. ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ชุดที่ ๖ เรื่อง การนำเสนอผลงานและการจัดแสดงโครงงาน  ใบความรู้ที่ ๖.๑ แนวทางการนำเสนอผลงาน

                  ใบความรู้ที่ ๖.๒ การจัดแสดงโครงงาน

                  ใบความรู้ที่ ๖.๓ แนวทางการประเมินโครงงาน

               ๓. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ชุดที่ ๖

               ๔. ให้นักเรียนทำกิจกรรมใบงานชุดที่ ๖

               ๕. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน  ๑๐ ข้อ  เวลา  ๑๐  นาที

 วัตถุประสงค์

 ๑.  นักเรียนสามารถบอกสาระสำคัญ และส่วนประกอบของโครงงานที่ควรนำมานำเสนอได้อย่างถูกต้อง

 ๒. นักเรียนสามารถใช้ภาษาในการพูดนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าโครงงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

 ๓. นักเรียนสามารถวางแผนนำเสนอผลงาน โดยการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสม และถูกต้องตามหลักเกณฑ์

 

เนื้อหา ชุดที่ ๖

 ๑.  การนำเสนอโครงงานโดยการบรรยาย

 ๒.  การนำเสนอโครงงานโดยการจัดแสดงนิทรรศการ

แบบทดสอบ

เรื่อง การนำเสนอผลงานและการจัดแสดงโครงงาน     เวลา  ๑๐  นาที

 

คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท ( )  ทับหัวข้อ  ก , ข , ค  และ  ง

               ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นในแต่ละข้อ

๑. ข้อใดไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการนำเสนอหรือจัดแสดงโครงงาน

ก. ชื่อโครงงาน

ข. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

ค. บรรณานุกรม

ง. วิธีดำเนินการ

๒. การนำเสนอโครงงานที่ดีมีความสำคัญอย่างไร

ก. ช่วยให้โครงงานได้รางวัล

ข. ช่วยให้โครงงานน่าสนใจ

ค. ช่วยให้โครงงานถูกเลียนแบบ

ง. ช่วยให้โครงงานไม่น่าเชื่อถือ

๓. “ให้เลือกเฉพาะหัวข้อที่สำคัญในการนำเสนอ”

หัวข้อใดไม่จำเป็นต้องนำเสนอ

ก. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

ข. บรรณานุกรม

ค. วิธีดำเนินการ

ง. ชื่อโครงงาน

๔. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการนำเสนอโครงงาน

ก. ความปลอดภัยของการจัดการแสดง

ข. ความเหมาะสมกับเนื้อหาที่จัดแสดง

ค. นำเสนอโครงงานให้ครบทุกหัวข้อ

ง. อธิบายหลักการและข้อความอย่างถูกต้อง

๕. ประโยชน์ของการประเมินโครงงานมีอะไรบ้าง

ก. ทำให้ทราบปัญหาอุปสรรคในการทำงาน

ข. นำมาใช้ปรับปรุงการทำโครงงานครั้งต่อไป

ค. ช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู

ง. ถูกทุกข้อ

๖. ข้อใดไม่ใช่ กรอบแนวทางในการที่ผู้ประเมินจะประเมินโครงงาน

ก. ความคิดสร้างสรรค์

ข. ทักษะการสังเกต

ค. กระบวนการทำงาน

ง. เนื้อหาสาระ

๗. กระบวนการทำโครงงานที่นักเรียนคิดว่า ผู้ประเมินโครงงาน ควรประเมิน คือข้อใด

ก. กระบวนการเรียนรู้

ข. กระบวนการคิด

ค. กระบวนการดำเนินงาน

ง. ประเมินทุกข้อที่กล่าวมา

๘. ข้อใดไม่ใช่หลักในการนำเสนอโครงงาน

ก. ควรอ่านรายงานอย่างละเอียด

ข. รายงานอย่างตรงไปตรงมา

ค. เตรียมตัวตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ

ง. ทำความเข้าใจเรื่องที่จะอธิบายอย่างดี

๙. นักเรียนคิดว่าข้อใดไม่ใช่เกณฑ์ให้คะแนนการรายงานด้วยวาจา

ก. พูดรายงานได้เสียงดังฟังชัด

ข. รายงานตรงตามเนื้อหา

ค. อ่านรายงานได้ถูกต้อง

ง. ตอบคำถามให้ตรงประเด็น

๑๐. การอธิบายอย่างย่อ ๆ ถึงเหตุจูงใจในการทำโครงงานเป็นการนำเสนอหัวข้อใดต่อไปนี้

ก. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

ข. บรรณานุกรม

ค. วิธีดำเนินการ

ง. สรุปและอภิปรายผล

 

 

 

ใบความรู้ที่ ๖.๑

เรื่อง  แนวทางการนำเสนอผลงาน

การนำเสนอโครงงานเป็นขั้นตอนที่แสดงออกถึงผลผลิต ความคิด และเป็นวิธีที่ทำให้ผู้อื่นได้รับรู้เข้าใจถึงผลงาน อาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น การบรรยาย  การจัดนิทรรศการ จัดเตรียมผลงานที่จะนำเสนอต่อชุมชนโดยประชุมตกลงกันเสียก่อนในเรื่องของรูปแบบของแผงโครงงาน หัวข้อสำคัญที่จะนำเสนอ การเขียนข้อความที่จะติดในแผงโครงงาน กระบวนการหรือขั้นตอนการนำเสนอโครงงาน

การนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า โดยการบรรยาย

การบรรยายคือการพูดอธิบายเรื่องราวหรือเหตุการณ์ความเป็นมาของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  รวมถึงการชี้แจงแสดงเหตุผล  ความคิดเห็นหรือแถลงนโยบายต่าง ๆ  การพูดแบบบรรยายเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด  กระทำได้แทบทุกโอกาส การบรรยาย ทำได้ดังนี้

๑.  การอธิบาย  การพูดอธิบายช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจข้อเท็จจริง  แนวคิด  และความเป็นมาของสิ่งที่ผู้พูดพูดอย่างชัดเจน  และจะยิ่งสามารถตรึงผู้ฟังได้ดี  ถ้าหากผู้พูดใช้ภาพ  เครื่องมือ  หรือสื่อ

๒.  การเล่าเรื่องราว  เหตุการณ์  หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น  การพูดบรรยายในลักษณะนี้    ผู้พูดจะพรรณนาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  ที่ไหน  เมื่อไร  การเล่าเรื่องเช่นนี้ผู้พูดควรใช้เทคนิคการเล่นเสียงหรือทำเสียง  และท่วงทีท่าทางให้เหมาะสม

๓.  การยกตัวอย่าง  ผู้ฟังจะเข้าใจได้ง่ายถ้าผู้พูดยกตัวอย่างเพื่อช่วยขยายความหรือเรื่องราว   ที่พูด  ตัวอย่างที่ยกมาพูดจะสั้นหรือยาว  เป็นตัวอย่างที่เป็นจริงหรือตัวอย่างที่แต่งขึ้นเองก็ได้  สิ่งสำคัญก็คือผู้พูดควรยกตัวอย่างที่สอดคล้องกับเรื่อง  จะช่วยให้ประเด็นที่พูดเด่นชัดยิ่งขึ้น

๔.  การอ้างสถิติ ถ้าผู้พูดเลือกตัวเลขสถิติมาใช้ในการบรรยายได้เหมาะสม โดยอ้างตัวเลข  ที่แน่นอนมิใช่ประมาณเอาเอง ตัวเลขชัดแจ้งและระบุแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ ผู้ฟังจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

๕.  การลำดับความ  การพูดบรรยายมีเทคนิคการลำดับความ ๓ แบบ  คือ  ๑) ลำดับความจากสิ่งที่ง่ายไปหา  สิ่งที่ยาก  ๒) ลำดับความแบบแก้ปัญหา หรือแบบวิธีการทางวิทยาศาสตร์        ๓) ลำดับความตามสาเหตุและผลลัพธ์

๖.  การยกหลักฐานอ้างอิง  การพูดบรรยายบางหัวข้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับวิชาการ  ข้อเท็จจริงต่าง ๆ  มาอ้างอิงคำพูด  อ้างข้อความจากเอกสาร  ทั้งนี้ผู้พูดควรอ้างอิงหลักฐานเหล่านี้อย่างสมบูรณ์  ไม่ควรตัดตอนหรือเพิ่มเติมข้อความอื่น ๆ  แต่อาจอ้างอิงด้วยการสรุปก็ได้  ทั้งนี้  ผู้พูดควรบอกแหล่งที่มา  ให้ผู้ฟังทราบด้วย  ซึ่งจะทำให้คำพูดมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ

๗.  การเปรียบเทียบ  การพูดบรรยายสิ่งที่เป็นธรรมอาจจะต้องใช้กลวิธีการพูดแบบเปรียบเทียบ  เพื่อผู้ฟังจะได้เข้าใจหรือมีมโนภาพในสิ่งที่ผู้พูดกล่าวถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม  เช่น  เรื่องเกี่ยวกับความคิด  อารมณ์  เป็นต้น

๘.  การกล่าวซ้ำหรือกล่าวย้ำ  การกล่าวซ้ำหรือกล่าวย้ำมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยความจำของผู้ฟัง  และให้ผู้ฟังยอมรับคำพูดและความคิดของผู้พูด

๙.  การให้คำจำกัดความ  เมื่อผู้พูดพูดถึงคำ วลี  หรือสัญลักษณ์บางอย่าง  ซึ่งผู้ฟังไม่เคยรู้จัก   มาก่อน  ผู้พูดควรให้คำจำกัดความหรือระบุความหมายให้ชัดเจนก่อนที่จะพูดเรื่องราวอื่น ๆ  ทั้งนี้เพราะการให้คำจำกัดความจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจแจ่มแจ้ง  ไม่เกิดความเบื่อหน่ายและสับสน

๑๐.  การใช้โสตทัศนูปกรณ์  การพูดบรรยายที่ผู้รายงานนำมาใช้มักเป็นเรื่องวิชาการ  หรือเรื่องที่เกี่ยวกับนามธรรม  ดังนั้นควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ  เช่น  กราฟ  ภาพตัวอย่าง  ของจริง  ภาพนิ่ง  ภาพยนตร์  แถบบันทึกเสียง  ฯลฯ

หลักในการนำเสนอโครงงาน

๑. ต้องทำความเข้าใจกับเรื่องที่จะอธิบายเป็นอย่างดี

๒. คำนึงถึงความเหมาะสมของภาษา ควรให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย

๓. รายงานอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

๔. พยายามเลี่ยงการอ่านรายงาน แต่อาจจดหัวข้อสำคัญ ๆ ไว้เพื่อช่วยให้การรายงานเป็นไปตามขั้นตอน

๕. ขณะที่รายงานควรมองตรงไปยังผู้ฟัง

๖. เตรียมตัวตอบคำถามกับเรื่องนั้น ๆ

7. ควรใช้สื่อเทคโนโลยีในการนำเสนอเพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจ

 

ใบความรู้ที่ ๖.๒

เรื่อง  แนวทางการจัดแสดงโครงงาน

การนำเสนอโครงงาน เป็นวิธีที่ทำให้ผู้อื่นได้รับรู้เข้าใจถึงผลงาน นอกจากการบรรยาย  ดังกล่าวแล้วนั้น อาจจัดนิทรรศการ จัดเตรียมผลงานที่จะนำเสนอต่อชุมชนองรูปแบบของแผงโครงงาน  โดยมีหัวข้อสำคัญที่จะนำเสนอและเขียนบรรยายในแผงโครงงานซึ่งประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้

                                      -  ชื่อผู้จัดทำ

                                      -  ชื่อที่ปรึกษา

                                      -  ที่มาของโครงงาน

                                     -  ชื่อโครงงาน

                                      -  ปัญหาที่ต้องการศึกษา

                                      -  สมมติฐาน  (ถ้ามี)

                                      -  วิธีดำเนินการ  (ถ้ามีรูปประกอบด้วยจะดีมาก)

                                      -  ผลการทดลอง

                                      -  สรุปผล

                                      -  ข้อเสนอแนะ

 

                   ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นจะต้องเขียนด้วยความประณีต  สวยงาม  สามารถหาสิ่งประดับต่าง  ๆ  มาตกแต่งแผงโครงงานให้สวยงามได้  โดยทั่วไปการจัดการทำแผงโครงงานต้องประกอบด้วย  ๓  ด้าน  คือด้านหลังและด้านข้าง  ๒  ด้าน  ส่วนด้านหน้าเปิดให้ผู้ชมสามารถชมผลงานได้สะดวก  แผงทั้ง  ๓  ด้าน  ใช้ติดภาพ  แผนภูมิ  คำอธิบาย  หากมีสิ่งประกอบอื่น  ๆ  ของโครงงานก็ให้จัดวางไว้บนพื้นโต๊ะระหว่างแผงทั้ง  ๓  ด้าน  หรืออาจติดแผงได้ตามความเหมาะสม  แผงโครงงานควรมีขนาดยาว  ๑๒๐  เซนติเมตร  สูง  ๖๐  เซนติเมตร  และกว้างด้านละ  ๖๐  เซนติเมตร  เพื่อให้สามารถพับเก็บได้เรียบร้อยดังภาพ

 

ใบความรู้ที่ ๖.๓

เรื่อง  แนวทางการประเมินโครงงาน

การนำเสนอโครงงาน สิ่งที่นักเรียนควรรู้ เพื่อใช้เป็นข้อมูล ประกอบการบรรยาย และการจัดนิทรรศการ ก็คือ เกณฑ์การประเมินโครงงาน ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนสามารถนำเสนอโครงงานได้ถูกต้อง ตรงประเด็น  แนวทางการประเมินโครงงานที่นักเรียน ควรรู้มีดังนี้

                    การประเมินผลโครงงาน จะยึดหลักการประเมินผลการปฏิบัติโครงงานตามสภาพจริงของผู้เรียนเป็นองค์ประกอบสำคัญ  โดยจะมีการประเมินทั้งก่อนเรียน  ระหว่างเรียน และหลังเรียน  แล้วสรุปเป็นภาพรวม  การประเมินโครงงานที่ดีควรเป็นการประเมินจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง        แนวทางการประเมินโครงงานสรุปได้ดังนี้

แนวทางการประเมินผลโครงงาน

มีแนวทางการประเมิน ดังนี้

- การแสดงออกถึงผลของความรู้ ความคิด  ความสามารถ  ทักษะ 

- คุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยม 

- กระบวนการเรียนรู้กระบวนตามสภาพจริงและประเมินจากผลงาน 

- แบบบันทึกต่าง  ๆ  การทดสอบ  แฟ้มสะสมงาน

- ผู้ประเมินจะเป็นตัวนักเรียนและครูหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับตัวนักเรียนจะมีการประเมินผลใน  ๓ ลักษณะคือ

 ๑)  การประเมินผลงานที่ทำ  ว่านักเรียนมีความพอใจในผลงานที่ทำ  มีความตั้งใจ           มีจุดบกพร่อง  ปัญหาและวิธีแก้ไข 

 ๒)  การประเมินตนเอง  เป็นการประเมินความสามารถของตัวผู้เรียนเอง  ความรับผิดชอบ  ความตั้งใจในการทำงาน 

 ๓)  การประเมินเพื่อนร่วมงาน  เป็นการประเมินเพื่อให้เพื่อนร่วมงานรู้จุดเด่น  จุดด้อยของตนเองเพื่อการปรับปรุงแก้ไข

การประเมินโดยครู  จะประเมินตามเกณฑ์ต่อไปนี้

 

๑)  การวางแผนในการจัดทำโครงงาน  โดยพิจารณาตั้งแต่หัวข้อในการจัดทำโครงงาน  กระบวนการทำงานทุกขั้นตอนว่ามีการร่วมปรึกษาหารือ  มีการตกลงร่วมกัน  และรับผิดชอบร่วมกัน  มีพัฒนาการในแต่ละขั้นตอนหรือไม่ 

 ๒)  เนื้อหาสาระและประโยชน์ของโครงงาน  พิจารณาจากความถูกต้องและสอดคล้องกับเนื้อหาในบทเรียน  ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ในการนำเสนอในรูปแบบตาราง  สถิติที่ใช้  รวมทั้งการทำเป็นแผนภูมิ  ถูกต้องและเหมาะสม  รู้จักเลือกใช้ข้อมูลข่าวสาร  และแหล่งข้อมูลที่เหมาะสมกับเนื้อหาที่ศึกษา  มีความสามารถในการนำความรู้  ทักษะและทฤษฎี  หรือแนวคิดต่าง  ๆ  มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม  และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ 

 ๓)  การนำเสนอโครงงาน สามารถสื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจดี ใช้ตารางแผนภูมิต่าง  ๆ  ได้เหมาะสมสมชัดเจน                 

    ถ้ามีการนำเสนอโดยการจัดนิทรรศการ  มีการบรรยายสื่อได้ชัดเจน  ส่วนการนำเสนอในรูปแบบอื่น ๆ ต้องมีความชัดเจนเข้าใจได้ง่าย  มีความประณีต  สวยงาม  รู้จักใช้อุปกรณ์ประกอบการบรรยายหรือการสาธิตได้อย่างเหมาะสม           

     ในภาพรวมจะประเมินในด้านการวางแผนในการจัดทำโครงงาน  เนื้อหาสาระและประโยชน์ของโครงงาน   การนำเสนอโครงงาน

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เเฟ้มข้อมูลมากนะครับ
question

#1 By เเมน (103.7.57.18|180.183.106.195) on 2013-01-27 12:33

เเฟ้มข้อมูลมากนะครับ
question

#2 By เเมน (103.7.57.18|180.183.106.195) on 2013-01-27 12:34

เเฟ้มข้อมูลมากนะครับ
question big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue embarrassed surprised smile wink double wink cry

#3 By เเมน (103.7.57.18|180.183.106.195) on 2013-01-27 12:35

sad smile

#4 By ธนบดี จินะพรม (103.7.57.18|172.16.4.12, 110.77.199.175) on 2013-02-04 11:14

double wink

#5 By ป้อง (103.7.57.18|172.16.4.12, 110.77.199.175) on 2013-02-04 11:16

เจ๋งงงbig smile

#6 By lipikar (103.7.57.18|180.183.57.216) on 2013-02-19 13:44